HIFI ระดมทุน 37 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายธุรกิจการชำระเงินสเตเบิลคอยน์และตลาดโทเคนที่แปลงสภาพ

ระดมทุนครั้งนี้คืออะไร
บริษัทโครงสร้างพื้นฐานสเตเบิลคอยน์ HIFI เพิ่งปิดรอบระดมทุน Series A ได้เงิน 37 ล้านดอลลาร์ โดยมี Left Lane Capital เป็นผู้นำรอบการลงทุน ซีอีโอ Zach Walsh เปิดเผยกับ Cointelegraph ว่านี่คือรอบระดมทุนแบบกำหนดราคา (priced round) ครั้งแรกของบริษัท แต่ไม่ได้เปิดเผยมูลค่าบริษัทหลังการลงทุน
Walsh ระบุด้วยว่าตอนนี้ HIFI ประมวลผลธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มของตัวเองในระดับประมาณ 7 พันล้านดอลลาร์ต่อปีเมื่อคิดเป็นอัตราต่อปี (annualized volume)
ทำไมต้องระดมทุนตอนนี้ — ตัวเลขบอกอะไร
ขณะที่ตลาดคริปโตโดยรวมกำลังซวน ธุรกรรมสเตเบิลคอยน์ข้ามพรมแดนกลับโตแรง ข้อมูลจาก Chainalysis ชี้ว่าในช่วง 12 เดือนสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2026 ยอดโอนสเตเบิลคอยน์ข้ามพรมแดนเพิ่มขึ้น 77.5% ทะลุ 220.3 พันล้านดอลลาร์ ทั้งที่ตลาดคริปโตรวมหดตัวลงกว่าหนึ่งในสามในช่วงเวลาเดียวกัน
สิ่งนี้สะท้อนแนวโน้มสำคัญ: การชำระเงินและสินทรัพย์การเงินกำลังย้ายขึ้นบนบล็อกเชนมากขึ้น ทำให้เกิดความต้องการระบบกลางที่เชื่อมบล็อกเชนเข้ากับระบบธนาคาร — ซึ่งก็คือธุรกิจของ HIFI นั่นเอง
HIFI ทำอะไรได้บ้าง
โครงสร้างพื้นฐานของ HIFI ช่วยให้ลูกค้า:
- แปลงเงินดอลลาร์เข้า-ออกจากสเตเบิลคอยน์
- ส่งจ่ายเงินผ่านระบบธนาคารสหรัฐฯ และบัตร
- ชำระส่วนเงินสดของธุรกรรม repo และพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ผ่านการแปลงเป็นโทเคน ด้วยเงินดอลลาร์
Walsh บอกว่าเงินทุนรอบนี้จะใช้ขยายโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนแบบโทเคน และขยายผลิตภัณฑ์การชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ในวงกว้าง
จุดเด่น: ร่วมงานกับ DTCC ระดับ BlackRock และ Goldman Sachs
ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Depository Trust & Clearing Corporation (DTCC) ได้ทดลองทำธุรกรรมจริงด้วยหลักทรัพย์แบบโทเคนครอบคลุมหลายฟังก์ชันตลาด ทั้งการชำระบัญชีพันธบัตรและ repo แบบ delivery-versus-payment การซื้อขายหุ้น การให้ยืมหลักทรัพย์ และงานด้านหลักประกัน โดยใช้สินทรัพย์ที่ถืออยู่ที่ Depository Trust Company ซึ่งถูกแปลงเป็นตัวแทนแบบโทเคน
HIFI เป็นหนึ่งในบริษัทกว่า 30 แห่งที่ร่วมทดลอง ร่วมกับชื่อใหญ่อย่าง BlackRock, Goldman Sachs และ Nasdaq ทั้งนี้ DTCC วางแผนเปิดตัวบริการ Tokenization Service ในเดือนตุลาคม
เชื่อมกับ Visa Direct แล้ว ส่งเงินถึงบัตรทั่วโลก
HIFI ยังขยายสู่การจ่ายเงินผ่านบัตรด้วย Visa Direct ลูกค้าสามารถแปลง USDC แล้วส่งเงินไปยังบัตรเดบิตและบัตรเครดิต Visa ที่ร่วมรายการทั่วโลก ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ของบริษัท
ฝั่ง Visa เองก็เห็นการใช้สเตเบิลคอยน์โตชัดเจน เมื่อวันที่ 9 กันยายน Visa เปิดเผยว่าในไตรมาสที่สองของปีการเงิน มีโปรแกรมบัตรที่เชื่อมกับสเตเบิลคอยน์มากกว่า 160 โปรแกรมที่ใช้งานจริงทั่วโลก ยอดชำระเงินผ่านโปรแกรมเหล่านี้เพิ่มขึ้นเกือบ 200% เมื่อเทียบปีต่อปี นอกจากนี้ยอดชำระบัญชีด้วยสเตเบิลคอยน์ของ Visa ทะลุอัตราต่อปีระดับ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 15 เท่าจากปีก่อน
เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ในไทยและเมียนมาอย่างไร
กรณีของ HIFI สะท้อนว่าเส้นทางการเงินแบบใหม่กำลังถูกสร้างในระดับสถาบัน สำหรับผู้ใช้ในภูมิภาคที่คำนึงถึงการโอนเงินข้ามพรมแดนและการเทียบมูลค่าใกล้เคียงตลาด การที่ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานระดับนี้ได้ทุนขยาย อาจหมายถึงช่องทางแปลง USDC เป็นเงินสดหรือบัตรที่เร็วขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ในไทยยังคงต้องอ้างอิงกล่องแจ้งเตือนความเสี่ยงและกฎเกณฑ์ของ ก.ล.ต. ไทยเป็นหลักเสมอ





ความคิดเห็น (0)