กฎหมายและภาษี

BIS เผยผลวิเคราะห์ธนาคารใหญ่ 29 แห่ง ชี้ LR-OF ไม่สามารถทดแทนกันได้

ความคิดเห็น 0

#BIS#Basel III#LR-OF#เงินกองทุน#G-SIB

เรื่องนี้คืออะไร

รายงานของสถาบันเพื่อเสถียรภาพทางการเงิน (FSI) ในธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ชื่อ “อัตราส่วนเลเวอเรจและเพดานการคำนวณ: ความเสริมกันและความซ้ำซ้อน” เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 จัดทำโดย ปาตริเซีย เบาดิโน โจนาธาน ไบซิงเกอร์ และเรนโซ ระบุว่าอัตราส่วนเลเวอเรจ (LR) และเพดานการคำนวณ (OF) ภายใต้มาตรฐานบาเซิล III อาจเพิ่มข้อกำหนดเงินกองทุนของธนาคารเดียวกันในบางสถานการณ์ แต่ไม่สามารถใช้ทดแทนกันได้

รายงานยังระบุว่า หากบังคับใช้ OF เต็มระดับสุดท้ายที่ 72.5% จะมีธนาคารที่มีความสำคัญเชิงระบบระดับโลก (G-SIB) 6 แห่งจาก 13 แห่งที่เปิดเผยข้อมูลได้รับข้อจำกัดจาก OF

ทำไมต้องแยกกัน: เลเวอเรจและเพดานการคำนวณทำหน้าที่คนละชั้น

เลเวอเรจเป็นเกณฑ์แบบกว้าง เปรียบเทียบเงินกองทุนกับสินทรัพย์หรือภาระความเสี่ยงโดยรวม โดยไม่พึ่งการคำนวณน้ำหนักความเสี่ยงที่ซับซ้อน ส่วนเพดานการคำนวณเป็นเกณฑ์สำหรับธนาคารที่ใช้แบบจำลองภายใน เพื่อไม่ให้สินทรัพย์เสี่ยงที่คำนวณด้วยแบบจำลองนั้นต่ำกว่ามาตรฐานเกินไป

เมื่อเพดานการคำนวณขยับขึ้นเต็มระดับ 72.5% ธนาคารที่พึ่งแบบจำลองภายในอาจถูกดึงให้ถือเงินกองทุนมากขึ้น แม้เลเวอเรจจะผ่านเกณฑ์อยู่แล้วก็ตาม นี่คือเหตุผลที่ทั้งสองเกณฑ์เป็นชั้นป้องกันคนละชั้น ไม่ใช่ทางเลือกแทนกัน

ตัวเลข 6 จาก 13 แห่งบอกอะไร

ในกลุ่ม G-SIB 13 แห่งที่เปิดเผยข้อมูล มี 6 แห่งที่จะถูกจำกัดด้วย OF หากใช้เต็มระดับสุดท้าย ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าธนาคารที่เหลือปลอดภัยหรือไม่ต้องถือเงินกองทุนมากขึ้น แต่บ่งชี้ว่าข้อจำกัดที่ค้างอยู่อาจต่างกันตามโครงสร้างสินทรัพย์ ความเสี่ยง และวิธีคำนวณของแต่ละธนาคาร

บางแห่งอาจถูกคุมด้วยเลเวอเรจ บางแห่งอาจถูกคุมด้วยเพดานการคำนวณ และบางแห่งอาจถูกคุมทั้งสองตัวพร้อมกัน การรายงานเช่นนี้จึงช่วยให้เห็นว่ามาตรฐานเงินกองทุนไม่ได้ทำงานแบบเดียวสำหรับทุกธนาคาร

ผลต่อผู้อ่านคืออะไร

สำหรับผู้อ่านไทยที่ติดตามระบบการเงิน ข่าวนี้ไม่ใช่เรื่องเฉพาะธนาคารในยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา เพราะมาตรฐานบาเซิล III เป็นกรอบที่ธนาคารขนาดใหญ่ในหลายประเทศใช้ และแรงกดดันต่อเงินกองทุนอาจส่งผลต่อต้นทุนของธนาคารผ่านสินเชื่อ เงินฝาก ค่าธรรมเนียม หรือการบริหารสภาพคล่อง

ในบริบทไทยและภูมิภาค ผู้ใช้บริการธนาคารจึงอาจได้รับผลทางอ้อมมากกว่าการเปลี่ยนแปลงราคาสินทรัพย์ดิจิทัลหรือแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนอย่างบิตคับโดยตรง หากธนาคารต้องถือเงินกองทุนมากขึ้น ผลที่ตามมาอาจเห็นได้จากการเข้มงวดของสินเชื่อ การตั้งราคาผลิตภัณฑ์ หรือการปรับโครงสร้างธุรกิจของธนาคารขนาดใหญ่

จุดที่ควรจับตาต่อไป

จุดที่ควรจับตาไม่ใช่เพียงว่าเพดานการคำนวณถึง 72.5% แล้วธนาคารใดจะผ่านเกณฑ์ แต่คือธนาคารใดมีสินทรัพย์เสี่ยงที่คำนวณด้วยแบบจำลองภายในสูงเกินเพดาน และธนาคารใดต้องเพิ่มเงินกองทุนเพื่อรองรับทั้งสองเกณฑ์พร้อมกัน

ข้อมูลจาก BIS FSI ช่วยให้เห็นว่า LR และ OF เป็นชั้นป้องกันที่เสริมกัน ไม่ใช่ทางเลือกแทนกัน ผู้อ่านจึงควรติดตามข้อมูลเงินกองทุนของธนาคารที่ใช้บริการ และแยกให้ออกว่าข่าวนี้เป็นข้อมูลกำกับดูแล ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน

คำเตือนความเสี่ยง

บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ราคาคริปโตผันผวนสูง ควรศึกษาและใช้วิจารณญาณ

ความคิดเห็น (0)

  1. ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทุกข้อความต้องผ่านการตรวจสอบ ลิงก์แนะนำเพื่อน กลุ่มสัญญาณเทรด และโฆษณาจะถูกลบ