Fed เปิดทางให้ธนาคารพัฒนา Stablecoin ของตัวเองได้ พร้อมกำหนดให้มีเงินสำรองรองรับเต็มจำนวนแบบ 1:1

เกิดอะไรขึ้น?
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ออกแนวปฏิบัติใหม่ ที่จะอนุญาตให้สถาบันการเงินในสหรัฐฯ สามารถออกเหรียญ Stablecoin หรือคริปโตเคอเรนซีที่มูลค่าผูกกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ได้เป็นครั้งแรก โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องถือเงินสำรองรองรับมูลค่าเหรียญแบบ 1:1 กล่าวคือ เหรียญที่ออกไปเท่าไร ก็ต้องมีทรัพย์สินสำรองหนุนไว้เท่ากันทุกตัว
ทำไมกฎ 1:1 ถึงสำคัญ?
ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของ Stablecoin ในอดีตคือคำถามว่า "เงินสำรองจริงอยู่ไหน" เหตุการณ์เหรียญอัลกอริทึมสเตเบิลคอยน์พังกลางปี 2022 จนผู้ถือขาดทุนหนัก เป็นบทเรียนที่ทำให้ผู้คนเข้าใจว่า ถ้าเหรียญไม่มีสินทรัพย์จริงรองรับเต็มจำนวน เวลาตลาดตื่นตระหนกและทุกคนรีบแลกคืนพร้อมกัน เหรียญก็จะร่วงทันที
กฎ 1:1 ของเฟดจึงเป็นการตัดปัญหานี้ตั้งแต่ต้นทาง นั่นหมายความว่าเหรียญที่ธนาคารอเมริกันออกใหม่ จะมีดอลลาร์หรือสินทรัพย์เทียบเท่าหนุนอยู่เต็มมูลค่า ความเสี่ยงที่เหรียญจะไม่มีอะไรรองรับจึงน้อยลงมาก
กระทบผู้ใช้คริปโตในไทยอย่างไร?
นี่คือสัญญาณว่าสถาบันการเงินหลักของสหรัฐฯ เริ่มเข้ามามีบทบาทในธุรกิจ Stablecoin อย่างจริงจัง ถ้าเกิดขึ้นจริง ผู้ใช้งานทั่วโลก รวมถึงนักลงทุนในไทยที่เทรดผ่านศูนย์ซื้อขายอย่าง Bitkub อาจจะเห็นทางเลือกใหม่นอกเหนือจาก USDT และ USDC ที่ใช้กันอยู่
สำหรับคนไทย ประเด็นที่ต้องจับตาคือ Stablecoin แบบใหม่เหล่านี้จะถูก ก.ล.ต. ไทยรับรองให้เทรดได้หรือไม่ เพราะการคำนวณมูลค่าเป็นเงินบาท (THB) และการโอนข้ามประเทศ ยังขึ้นอยู่กับกฎระเบียบของแต่ละประเทศ
ส่วนในเมียนมา ที่การเข้าถึงบริการธนาคารทำได้ยากและมีการใช้คริปโตและ Stablecoin ในการทำธุรกรรมและเก็บรักษามูลค่าแทนเงินสด Stablecoin ที่มีธนาคารหลักรองรับ อาจช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเครื่องมือดิจิทัลที่คนใช้กันอยู่จริง
ต้องจับตาอะไรต่อ?
จุดที่ควรเฝ้าดูต่อไปคือรายละเอียดของแนวปฏิบัติ ว่าเงินสำรองต้องเก็บในรูปแบบใด เช่น เงินฝาก พันธบัตร หรือสินทรัพย์ชนิดใด และใครคือหน่วยงานที่ตรวจสอบการถือครองสำรองอย่างโปร่งใส เพราะสองเรื่องนี้คือหัวใจที่ทำให้กฎ 1:1 มีความหมายจริง ไม่ใช่แค่บนกระดาษ





ความคิดเห็น (0)