Ethereum

OpenAI พิสูจน์แล้วว่า ETH เป็นเท็จ และผู้ใช้งาน Twitter ในวงการคริปโตต่างตั้งคำถาม

ความคิดเห็น 0

#Ethereum#AI#OpenAI#ETH#ทฤษฎีความซับซ้อน

OpenAI พิสูจน์แล้วว่า ETH เป็นเท็จ และผู้ใช้งาน Twitter ในวงการคริปโตต่างตั้งคำถาม

OpenAI เผยเอกสาร 67 หน้า ระบุ AI หักล้างสมมติฐานเวลาแบบเอกซ์โพเนนเชียล หรือ ETH ไม่ใช่ ETH ของเทรดเดอร์คริปโต

OpenAI พิสูจน์แล้วว่า ETH เป็นเท็จ และผู้ใช้งาน Twitter ในวงการคริปโตต่างตั้งคำถาม

สาระสำคัญ
OpenAI ประกาศว่าโมเดล AI ของบริษัทพบแนวทางหักล้างสมมติฐานเวลาแบบเอกซ์โพเนนเชียล หรือ Exponential Time Hypothesis (ETH) ในวิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งไม่ใช่ ETH ที่เป็นสัญลักษณ์ของ Ethereum และไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับราคาหรือผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง Vitalik Buterin บริษัทรายงานว่าเอกสารความยาว 67 หน้าลงวันที่ 17 ตุลาคม และแก้ไขวันที่ 25 ตุลาคม ระบุอัลกอริทึมที่นับจำนวนวิธีที่สอดคล้องกับปัญหา 3-SAT ในเวลาที่เติบโตช้ากว่าฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลใด ๆ เมื่อจำนวนตัวแปรมากขึ้น

ปฏิกิริยาในโลกคริปโต
เมื่อข้อความนี้เผยแพร่บนโซเชียล ผู้ใช้ X ชื่อกว่า Takumi โพสต์ทำนองว่าบรรดาผู้ค้าอัตโนมัติเพิ่งเทขาย $ETH ขณะที่ Andrew Jiang แซวว่า Vitalik เงียบมากตั้งแต่ข่าวนี้ปรากฏ แต่ OpenAI ระบุชัดว่า ETH ที่กล่าวถึงคือสมมติฐานด้านความซับซ้อนของการคำนวณ ไม่ใช่สินทรัพย์ดิจิทัล

สมมติฐานเวลาแบบเอกซ์โพเนนเชียลคืออะไร
Russell Impagliazzo และ Ramamohan Paturi เสนอสมมติฐาน ETH ร่วมกับ Francis Zane ในปี 1999 สมมติฐานนี้ผูกกับปัญหา 3-SAT ซึ่งเป็นเกมตรรกะที่ต้องเลือกค่าจริงหรือเท็จให้ตรงตามเงื่อนไขหลายข้อทีละสามตัวเลือก โดย ETH บอกว่าปัญหาแบบนี้ยากจะแก้ให้เร็วกว่าวิธีลองทุกชุดค่าอย่างมีนัยสำคัญ งานวิจัยหลายร้อยชิ้นใช้สมมติฐานนี้เพื่อแสดงว่าปัญหาในทฤษฎีกราฟ ชีววิทยาเชิงคำนวณ ฐานข้อมูล และเรขาคณิต มีแนวโน้มแก้ได้ไม่เร็ว ตามข้อมูลที่ OpenAI อ้างถึง

OpenAI พิสูจน์แล้วว่า ETH เป็นเท็จ และผู้ใช้งาน Twitter ในวงการคริปโตต่างตั้งคำถาม

OpenAI อ้างอะไรและตรวจสอบอย่างไร
OpenAI ระบุว่า AI พบการหักล้างสมมติฐาน ETH เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม จากนั้นทำให้เป็นรูปธรรมใน Lean ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ตรวจสอบขั้นตอนตรรกะทุกขั้นโดยอัตโนมัติ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ทั้งสองชุดข้อมูลอยู่บน GitHub เส้นทางเดียวกันกับที่บริษัทเคยเผยแพร่ต้นฉบับคณิตศาสตร์ 722 ชิ้นเมื่อต้นเดือน โดยในจำนวนนั้นมีเพียง 162 ชิ้นที่พร้อมผลหลักซึ่งผ่านการตรวจสอบด้วยคอมพิวเตอร์ เอกสารอธิบายอัลกอริทึมแบบกำหนดได้ ซึ่งไม่ต้องใช้การสุ่ม สำหรับนับทุกชุดค่าที่สอดคล้องกับปัญหา 3-SAT ในเวลาที่เติบโตช้ากว่าฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลใด ๆ เมื่อจำนวนตัวแปรมากขึ้น การนับจำนวนวิธีเป็นงานที่ยากกว่าการตัดสินว่ามีวิธีอยู่หรือไม่ ดังนั้นผลนี้ยังครอบคลุมการตัดสินด้วย

ผู้เชี่ยวชาญอิสระเข้าตรวจสอบ
Russell Impagliazzo, Ramamohan Paturi และ Ryan Williams จาก MIT นำการตรวจสอบอิสระ ทั้งสามเขียนจดหมายเปิดว่าบทบาทของพวกเขาไม่ควรตีความเป็นการรับรองผล เพราะผลลัพธ์สำคัญต้องมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบ แยกจากกัน และทำให้ผู้อื่นสร้างใหม่ ตั้งคำถาม หรือต่อยอดได้ OpenAI ระบุว่าผู้ร่วมทำงานไม่ได้ลงนามข้อตกลงรักษาความลับ ทำงานโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน และบริษัทตกลงจะเปิดเผยข้อมูลดิบทั้งหมดพร้อมสนับสนุนการประชุมเกี่ยวกับผลนี้

ผลกระทบต่อปัญหา P เทียบกับ NP และงานจริง
OpenAI ระบุว่าผลนี้เปิดคำถามว่างานหลายประเภทอาจเร็วขึ้นได้แค่ไหน และอาจช่วยนำทางการค้นหาอัลกอริทึมที่ดีขึ้น แต่บริษัทเตือนว่าประโยชน์ในทางปฏิบัติยังอยู่อีกไกล การค้นหาอัลกอริทึมและการเปลี่ยนความก้าวหน้าเชิงทฤษฎีให้เป็นการปรับปรุงจริงต้องมีการวิจัยเพิ่มอีกมาก เอกสารระบุชัดว่าผลนี้ไม่ได้แสดงว่าทุกปัญหาในชั้น NP สามารถแก้ในเวลาแบบไม่เอกซ์โพเนนเชียล ดังนั้นคำถาม P เทียบกับ NP ซึ่งถามว่าปัญหาทุกข้อที่ตรวจสอบคำตอบได้ง่ายต้องแก้ได้ง่ายด้วยหรือไม่ ยังไม่ถูกตอบ

OpenAI พิสูจน์แล้วว่า ETH เป็นเท็จ และผู้ใช้งาน Twitter ในวงการคริปโตต่างตั้งคำถาม

Anthropic และ Claude เข้าสู่สนามคณิตศาสตร์
หลัง OpenAI เผยผล Anthropic ซึ่งไม่ต้องการเสียเปรียบในสงครามคณิตศาสตร์ ได้เผยแพร่เอกสารลงวันที่ 26 ตุลาคม ใช้ชื่อ Claude และหัวข้อเป็นอัลกอริทึมเวลา 2^o(n) สำหรับ 3-SAT คลังเอกสารเดียวกันยังพูดถึงปัญหา ETH โดยระบุว่าโมเดล Claude ภายในฝ่ายวิจัยพบอัลกอริทึม และผลนี้เป็นเชิง asymptotic ล้วน ไม่ได้บอกว่าการแก้ปัญหาจริงในทางปฏิบัติจะเป็นอย่างไร ก่อนหน้านี้ Claude เคยทำให้ทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มาต์เป็นรูปธรรมใน Lean เมื่อเดือนกันยายน ด้าน Terence Tao เคยเตือนว่าแม้แต่ข่าวลือว่าใครกำลังทำปัญหาหนึ่งก็อาจกระตุ้นความพยายามจำนวนมากที่ขับเคลื่อนด้วย AI ให้เร่งปิดช่องว่างก่อนที่โครงการวิจัยดั้งเดิมจะไปถึงศักยภาพเต็ม

ทุนสนับสนุนและการต่อยอด
OpenAI ระบุว่าการสนับสนุนมูลค่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้ Simons Foundation จะใช้จัดเวิร์กช็อป การประชุม และโปรแกรมพิเศษ เพื่อช่วยให้ผู้วิจัยตรวจสอบและต่อยอดผลที่ AI ผลิตขึ้น สำหรับผู้อ่านทั่วไป ประเด็นนี้จึงเป็นความเคลื่อนไหวด้านทฤษฎีการคำนวณและ AI มากกว่าสัญญาณของราคา ETH ในตลาดคริปโต

ข้อมูลปิดท้ายจากต้นทาง
เนื้อหาต้นทางยังแจ้งให้ผู้สนใจรับจดหมายข่าว Daily Debrief Newsletter ที่ระบุว่ามีผู้อ่านมากกว่า 72,000 คน

การแจ้งเตือนความเสี่ยง

บทความนี้รวบรวมข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ราคาคริปโตมีความผันผวนสูง โปรดใช้วิจารณญาณก่อนตัดสินใจ

ความคิดเห็น (0)

  1. ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทุกข้อความต้องผ่านการตรวจสอบ ลิงก์แนะนำเพื่อน กลุ่มสัญญาณเทรด และโฆษณาจะถูกลบ