กฎหมายและภาษี

Tether ให้การสนับสนุน หลัง USDT ที่เชื่อมโยงอิหร่านถูกอายัด 550 ล้านดอลลาร์ในปีนี้

ความคิดเห็น 0

#สเตเบิลคอยน์#USDT#Tether#อิหร่าน#OFAC

Tether ให้การสนับสนุน หลัง USDT ที่เชื่อมโยงอิหร่านถูกอายัด 550 ล้านดอลลาร์ในปีนี้

เรื่องนี้คืออะไร

เทเธอร์ (Tether) ผู้ issu เหรียญสเตเบิลคอยน์ USDT ได้สนับสนุนการอายัด USDT ที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน มูลค่ารวมประมาณ 550 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 74,600 ล้านวอน) ภายในปีนี้ ตามรายงานของ CoinDesk เมื่อวันที่ 7 กันยายน

Tether ให้การสนับสนุน หลัง USDT ที่เชื่อมโยงอิหร่านถูกอายัด 550 ล้านดอลลาร์ในปีนี้

การอายัดครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลังสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) ภายใต้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรกระเป๋าเงินบนเครือข่าย TRON จำนวน 4 ใบที่เชื่อมโยงกับธนาคารกลางอิหร่านในเดือนกรกฎาคม จากนั้นเทเธอร์ได้อายัด USDT มูลค่าประมาณ 131 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 17,750 ล้านวอน) ที่อยู่ในกระเป๋าเหล่านั้น

น่าสนใจที่กระเป๋าเหล่านี้เคยได้รับสเตเบิลคอยน์รวมกันมากกว่า 165 ล้านดอลลาร์ ดังนั้นยอดที่อายัดได้จริงจึงน้อยกว่าที่เคยไหลเข้า

และเมื่อรวมกับยอดอายัด 344 ล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน ตัวเลขทั้งหมดในปีนี้จึงแตะประมาณ 550 ล้านดอลลาร์

ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ

โดยปกติ USDT ถูกออกแบบมาให้โอนได้ตลอด 24 ชั่วโมงและข้ามพรมแดนได้ โดยไม่ต้องผ่านธนาคารพาณิชย์ นั่นคือจุดแข็งของมัน แต่ก็เป็นจุดอ่อนเชิงกำกับดูแลเช่นกัน เพราะเมื่อทางการสหรัฐฯ ต้องการตัดวงเงินที่ связанกับรัฐที่ถูกคว่ำบาตร เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่สุดไม่ใช่การตามธนาคาร แต่คือการสั่งให้ผู้ออกเหรียญ "อายัด" โทเคนบนบล็อกเชนโดยตรง

Tether ให้การสนับสนุน หลัง USDT ที่เชื่อมโยงอิหร่านถูกอายัด 550 ล้านดอลลาร์ในปีนี้

เทเธอร์ทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง และตัวเลข 550 ล้านดอลลาร์ในปีเดียวสะท้อนว่ากลไกนี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือบังคับใช้กฎหมายเป็นประจำ ไม่ใช่กรณีพิเศษ

กระทบใครบ้าง

ผู้ออกเหรียญและตลาดสเตเบิลคอยน์ — เทเธอร์กำลังแสดงว่าตัวเองพร้อมปฏิบัติตามคำสั่ง OFAC อย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายของบริษัท แต่ก็ตอกย้ำว่าผู้ถือ USDT ไม่ได้เป็นเจ้าของเหรียญแบบสมบูรณ์หากเกี่ยวข้องกับกระเป๋าที่ถูกคว่ำบาตร

ผู้ใช้ในประเทศที่ถูกคว่ำบาตร — อิหร่านเป็นตัวอย่างชัดเจนว่าการใช้คริปโตเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการทางการเงินยังถูกจับตา และการอายัดสามารถเกิดขึ้นได้แม้เงินอยู่ในกระเป๋าส่วนตัว

ผู้อ่านในไทยและเมียนมา — ทั้งสองตลาดมีสัดส่วนการใช้ USDT สูง โดยเฉพาะในการโอนเงินข้ามพรมแดนและการชำระเงินในพื้นที่ที่ระบบธนาคารเข้าถึงยาก แม้กรณีนี้ไม่เกี่ยวกับผู้ใช้ทั่วไปโดยตรง แต่ชี้ว่าการถือ USDT ในกระเป๋าที่ไม่ผ่านการตรวจสอบที่มา (KYC) อาจเสี่ยงถูกอายัดหากเกี่ยวพันกับกระเป๋าต้องห้าม

มุมมองด้านกฎหมายสหรัฐฯ

OFAC มีอำนาจคว่ำบาตรบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์และการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธของอิหร่าน การเพิ่มกระเป๋าคริปโตเข้าในรายการคว่ำบาตรทำให้บริษัทอเมริกันและบริษัทที่ทำธุรกิจกับสหรัฐฯ ต้องตัดการเชื่อมต่อกับกระเป๋าเหล่านั้น

Tether ให้การสนับสนุน หลัง USDT ที่เชื่อมโยงอิหร่านถูกอายัด 550 ล้านดอลลาร์ในปีนี้

เทเธอร์ในฐานะบริษัทที่ผูกกับระบบการเงินสหรัฐฯ จึงเลือกปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวทันที แม้ USDT จะเป็นเหรียญที่เปิดให้ซื้อขายบนเครือข่ายสาธารณะอย่าง TRON ก็ตาม

สิ่งที่ผู้อ่านควรเข้าใจ

การอายัด USDT ไม่ได้หมายความว่าเทเธอร์จะอายัดกระเป๋าของผู้ใช้ทั่วไป แต่หมายความว่าหากกระเป๋าของคุณมีเส้นทางเงินเชื่อมกับกระเป๋าที่ถูกคว่ำบาตร คุณอาจเผชิญปัญหาการเข้าถึงเงินได้

ในทางปฏิบัติ ผู้ใช้ในไทยและเมียนมาที่ถือ USDT ควรตระหนักว่า USDT ไม่ใช่เงินสดในกระเป๋าสตางค์ และผู้ออกเหรียญมีอำนาจทางเทคนิคในการอายัดโทเคน ต่างจากบิตคอยน์ที่ไม่มีผู้ออกเหรียญคนใดควบคุมได้ทั้งหมด

ตัวเลข 550 ล้านดอลลาร์ในปีนี้จึงไม่ใช่แค่ข่าวความมั่นคงระหว่างประเทศ แต่เป็นสัญญาณว่าการกำกับดูแลสเตเบิลคอยน์กำลังเข้มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจส่งผลต่อวิธีที่คนในภูมิภาคนี้ใช้ USDT ในชีวิตประจำวันในอนาคต

คำเตือนความเสี่ยง

สรุปข่าวเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ราคาคริปโตผันผวนสูง อาจถูกอายัด ควรศึกษาและตัดสินใจอย่างรอบคอบ

ความคิดเห็น (0)

  1. ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทุกข้อความต้องผ่านการตรวจสอบ ลิงก์แนะนำเพื่อน กลุ่มสัญญาณเทรด และโฆษณาจะถูกลบ