การแปลงสินทรัพย์ดิจิทัล (Tokenization) กำลังก้าวหน้าเร็วกว่าที่วอชิงตันจะตามทัน

ตลาดหุ้นแบบโทเคนคืออะไร?
โทเคนิเซชัน (Tokenization) คือการนำสินทรัพย์ดั้งเดิม เช่น หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ มาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัลบนบล็อกเชน ทำให้ซื้อขายได้ตลอดเวลา แบ่งหน่วยย่อยได้ละเอียดกว่าเดิม และตรวจสอบการเป็นเจ้าของได้โดยตรงจากบล็อกเชน
บทสนทนาในวงการการเงินตอนนี้ไม่ได้ถามแล้วว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนจะเข้าถึงตลาดทุนดั้งเดิมได้หรือไม่ แต่ถามว่าตลาดที่มีอยู่จะรวมเทคโนโลยีนี้เข้ามาอย่างไร และกฎอะไรจะกำกับการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้
ใครออกมาพูดเรื่องนี้?
Andrew Cuomo อดีตผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ซึ่งปัจจุบันเป็นกรรมการบอร์ดของ OKX ครับสำคัญการซื้อขายและออกมาแสดงทัศนะในประเด็นนี้ เขาย้ำว่าโทเคนิเซชันไม่ได้ขจัดความเสี่ยงทางการเงิน และไม่ได้ทำให้หน้าที่ของหน่วยกำกับดูแลหมดความจำเป็น ตลาดทำงานบนความไว้วางใจ เทคโนโลยีใหม่จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อนักลงทุนเชื่อว่ากรรมสิทธิ์เป็นของจริง ธุรกรรมเชื่อถือได้ ตลาดเป็นธรรม และผู้กระทำผิดต้องถูกลงโทษ
ทำไมบุคคลนี้ถึงเข้าใจเรื่องนี้ดี?
Cuomo เคยเรียนบทเรียนนี้จากอีกด้านหนึ่งของโต๊ะ สมัยที่เขาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทนายความแห่งรัฐนิวยอร์ก (New York attorney general) ช่วงวิกฤตการเงิน เขาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อนวัตกรรมและวิศวกรรมการเงินก้าวเร็วกว่าการกำกับดูแลและการจัดการความเสี่ยง สินเชื่อซับไพรม์และหลักทรัพย์จำนองที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ถูกโปรยปรายในฐานะนวัตกรรมที่ขยายการเข้าถึงสินเชื่อและกระจายความเสี่ยง แต่ท้ายที่สุด การพิจารณาสินเชื่อที่หละหลวมและมาตรการป้องกันที่ไม่เพียงพอกลับส่งต่อความเสี่ยงไปทั่วทั้งระบบการเงิน
บทเรียนไม่ใช่ว่านวัตกรรมทางการเงินควรหยุด แต่คือนวัตกรรมและกฎกติกาต้องพัฒนาไปด้วยกัน
SEC ทำอะไรอยู่ตอนนี้?
ตามที่ Cuomo ระบุ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) กำลังใช้แนวทางดังกล่าว ผ่านระบบยกเว้น (exemption) ที่ไม่ใช่การเปิดช่องให้ทำได้อย่างอิสระ แต่มีเงื่อนไขชัดเจน:
- ผู้เข้าร่วมต้องได้รับอนุญาต (permissioned) — ทุกผู้เข้าร่วมในสถานที่ซื้อขายต้องผ่านการอนุมัติ
- สิทธิ์ต้องเท่ากัน — หุ้นแบบโทเคนที่ซื้อขายภายใต้การยกเว้นต้องให้สิทธิและผลประโยชน์แก่นักลงทุนเทียบเท่ากับหุ้นประเภทเดียวกันในรูปแบบดั้งเดิม
- จำกัดปริมาณ — สถานที่ซื้อขายมีขีดจำกัดจำนวนและปริมาณหลักทรัพย์แบบโทเคนที่ซื้อขายได้
- ผู้ออกหุ้นมีสิทธิคัดค้าน — หากบุคคลที่สามที่ไม่เกี่ยวข้องนำหุ้นของตนไปโทเคนไนซ์ ผู้ออกสามารถคัดค้านการซื้อขายได้
- สัญญาอัจฉริยะต้องตรวจสอบได้ — smart contracts ต้องถูกตรวจสอบสภาพ (auditable) และปรับใช้บนบล็อกเชนสาธารณะ
- หยุดพร้อมกัน — การซื้อขายหลักทรัพย์แบบโทเคนต้องหยุดลงเมื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ต้นทางถูกระงับ
กระทบผู้อ่านในไทยและเมียนมาอย่างไร?
หากกรอบกำกับของ SEC สหรัฐฯ ได้ผล นั่นอาจกลายเป็นแม่แบบให้ประเทศอื่น รวมถึงประเทศไทย ที่ซึ่ง ก.ล.ต. (สำนักงาน ก.ล.ต.) มีประวัติการกำกับดูแลตลาดคริปโตอย่างเป็นระบบ และมีผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Bitkub ในตลาดทำการซื้อขายเป็นเงินบาท (THB) การที่หุ้นสากลกลายเป็นโทเคนอาจเปิดทางให้นักลงทุนรายย่อยในไทยและเมียนมาเข้าถึงสินทรัพย์ต่างประเทศได้ง่ายขึ้น — แต่ก็ต่อเมื่อกฎกติกาคุ้มครองสิทธินักลงทุนตามแบบที่ SEC กำลังทดลอง
ข้อสรุปจาก Cuomo คือ ความเชื่อมั่นคือหัวใจ เทคโนโลยีเปลี่ยนรูปแบบการซื้อขายได้ แต่หน้าที่ของผู้กำกับดูแลในการทำให้ตลาดเป็นธรรมนั้นไม่เคยเปลี่ยน
คำเตือนเรื่องความเสี่ยง
บทความนี้เป็นการรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลข่าวสารเพื่อเผยแพร่เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนในทางใดทางหนึ่ง สินทรัพย์ดิจิทัลและหลักทรัพย์แบบโทเคนมีความผันผวนของราคาสูงมาก และอาจทำให้ผู้ลงทุนสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้ กรุณาศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน พิจารณาจากความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของตนเอง และตัดสินใจอย่างมีเหตุผลก่อนทำการลงทุนทุกครั้ง






ความคิดเห็น (0)