กฎหมายและภาษี

กระทรวงการคลังได้ยกเลิกกฎการสอดส่องกระเป๋าคริปโตเคอร์เรนซีแบบไม่โฮสต์และเครื่องผสม

ความคิดเห็น 0

#คริปโตเคอร์เรนซี่#สินทรัพย์ดิจิทัล#การฟอกเงิน#ความเป็นส่วนตัว#FinCEN

กระทรวงการคลังได้ยกเลิกกฎการสอดส่องกระเป๋าคริปโตเคอร์เรนซีแบบไม่โฮสต์และเครื่องผสม

เครือข่ายบังคับใช้กฎหมายอาชญากรรมทางการเงินของกระทรวงการคลังสหรัฐถอนกฎกระเป๋าเงินส่วนตัวที่ต้องรายงานธุรกรรมเกิน 3,000 ดอลลาร์และเกิน 10,000 ดอลลาร์

กระทรวงการคลังได้ยกเลิกกฎการสอดส่องกระเป๋าคริปโตเคอร์เรนซีแบบไม่โฮสต์และเครื่องผสม

ข้อเท็จจริงหลัก: ร่างกฎ 2 ฉบับถูกถอนจากวาระ

เครือข่ายบังคับใช้กฎหมายอาชญากรรมทางการเงินของกระทรวงการคลังสหรัฐ (Financial Crimes Enforcement Network) ถอนร่างกฎ 2 ฉบับที่ค้างมานาน ได้แก่กฎเกี่ยวกับกระเป๋าเงินที่ไม่มีการดูแลโดยผู้ให้บริการ (unhosted wallet) หรือกระเป๋าเงินที่ผู้ใช้ถือกุญแจเอง (self-custodial wallet) และกฎที่มุ่งจัดกลุ่มการผสมเหรียญคริปโตระหว่างประเทศเป็นความกังวลหลักด้านการฟอกเงิน ตามเอกสารที่ยื่นเมื่อวันจันทร์และมีกำหนดตีพิมพ์ใน Federal Register เมื่อวันอังคาร

การตัดสินใจนี้ทำให้ข้อเสนอสองด้านที่กลุ่มผู้สนับสนุนความเป็นส่วนตัวในคริปโตคัดค้านมาหลายปีถูกออกจากวาระอย่างเป็นทางการ แต่ยังไม่ปิดช่องให้หน่วยงานเสนอมาตรการใหม่ในอนาคต

กฎกระเป๋าเงินส่วนตัวที่ค้างมานาน: บันทึกเกิน 3,000 ดอลลาร์ รายงานเกิน 10,000 ดอลลาร์

กระเป๋าเงินที่ไม่มีการดูแลโดยผู้ให้บริการหรือ self-custodial wallet เป็นกระเป๋าที่ผู้ใช้ควบคุมโดยตรง แทนที่จะเก็บกุญแจไว้ที่แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนหรือธนาคาร ร่างกฎเดือนธันวาคม 2020 ซึ่งประกาศในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของวาระแรกของประธานาธิบดี Donald Trump กำหนดให้ธนาคารและธุรกิจบริการทางการเงินต้องเก็บบันทึกธุรกรรมของลูกค้ากับกระเป๋าเงินประเภทนี้ที่มูลค่าเกิน 3,000 ดอลลาร์ และต้องรายงานธุรกรรมที่มูลค่าเกิน 10,000 ดอลลาร์ รวมถึงข้อมูลของคู่สัญญา

Decrypt เคยรายงานในขณะนั้นว่าแผนดังกล่าวมีผลขยายขอบเขตของ Bank Secrecy Act ไปยังกระเป๋าเงินส่วนบุคคล ในเอกสารถอนกฎ หน่วยงานระบุว่าไม่ดำเนินการต่อร่างกฎนี้

กระทรวงการคลังได้ยกเลิกกฎการสอดส่องกระเป๋าคริปโตเคอร์เรนซีแบบไม่โฮสต์และเครื่องผสม

กฎผสมเหรียญ 2023: จากนิยามกว้างสู่เหตุผลว่าอาจกระทบกิจกรรมที่ชอบด้วยกฎหมาย

เอกสารฉบับที่สองยกเลิกข้อเสนอปี 2023 ในสมัยรัฐบาล Biden ที่กำหนดให้การผสมเหรียญคริปโตระหว่างประเทศเป็นกลุ่มธุรกรรมที่เป็นความกังวลหลักด้านการฟอกเงินตาม USA PATRIOT Act บริการผสมเหรียญจะรวมเหรียญและสลับเส้นทางเพื่อลดรอยติดตาม

ข้อเสนอนั้นจะบังคับให้สถาบันการเงินรายงานที่อยู่ที่กระเป๋าเงิน ค่าแฮชของธุรกรรม และ IP address ที่เชื่อมโยงกับการผสมเหรียญที่ต้องสงสัย โดยในขณะนั้นความเคลื่อนไหวดังกล่าวพยายามจัดกลุ่มบริการผสมเหรียญเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงแห่งชาติ

หน่วยงานระบุว่าผู้ส่งความเห็นเตือนว่านิยามการผสมเหรียญที่กว้างเกินไปอาจทำให้กิจกรรมที่ชอบด้วยกฎหมายชะงัก หรืออาจทำให้ผู้ใช้หลีกเลี่ยงบริการที่ถูกกฎหมาย หน่วยงานยังกล่าวว่าจะเฝ้าติดตามบริการผสมเหรียญเพื่อหาการใช้ประโยชน์ทางการเงินผิดกฎหมายต่อไป และอาจดำเนินการในอนาคต

เหตุผลร่วมจากรายงานสินทรัพย์ดิจิทัล 2025 และปฏิกิริยาจาก Coin Center

ทั้งสองเอกสารการถอนกฎอ้างถึงรายงานสินทรัพย์ดิจิทัลของทำเนียบขาวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 ส่วนเอกสารเกี่ยวกับบริการผสมเหรียญระบุข้อความจากรายงานดังกล่าวว่ารัฐบาลสนับสนุนความสามารถของผู้ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลที่ชอบด้วยกฎหมายในการทำธุรกรรมบนบล็อกเชนสาธารณะอย่างส่วนตัว

Coin Center กลุ่มนโยบายคริปโตใน Washington ที่คัดค้านทั้งสองข้อเสนอมาหลายปี ต้อนรับข่าวนี้ Peter Van Valkenburgh ผู้อำนวยการบริหาร เขียนบน X เมื่อ 5 ตุลาคม 2026 ว่าเดือนที่ผ่านมาเป็นเดือนที่ยากสำหรับความเป็นส่วนตัวและสิทธิ์ในการใช้คริปโต แต่การถอนกฎเป็นจุดสว่าง เขายังเตือนว่าอำนาจตามกฎหมายเพื่อสร้างกฎใหม่ที่มีเนื้อหาคล้ายกันยังคงอยู่ โพสต์เดียวกันยังอ้างถึง Coinbase ในบริบทของกฎดังกล่าว

กระทรวงการคลังได้ยกเลิกกฎการสอดส่องกระเป๋าคริปโตเคอร์เรนซีแบบไม่โฮสต์และเครื่องผสม

บริบทที่กว้างกว่า: การถกเถียงเรื่อง MetaMask และข้อความต้นทางจาก Myriad

การถอนกฎไม่ใช่ข้อพิพาทเดียวเกี่ยวกับการถือครองกระเป๋าเงินเอง ต้นปีที่แล้ว Consumer Financial Protection Bureau เคยเสนอกฎตีความที่อาจนำกระเป๋าเงินอย่าง MetaMask ให้อยู่ภายใต้กฎหมายการชำระเงินสำหรับผู้บริโภค และได้รับแรงต้านจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรม

ในข่าวต้นทางยังมีข้อความของ Myriad ที่ตั้งคำถามว่า Ethereum จะไปทางใดต่อและเชิญชวนให้ทำนาย แต่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการประกาศถอนกฎของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย

จุดที่ต้องจับตา: การเฝ้าระวังบริการผสมเหรียญต่อและช่องเสนอมาตรการใหม่

สำหรับผู้ใช้คริปโตทั่วไป การถอนกฎหมายความว่ายังไม่มีการบังคับให้ธนาคารและธุรกิจบริการทางการเงินเก็บบันทึกหรือรายงานธุรกรรมกับกระเป๋าเงินที่ผู้ใช้ดูแลเองตามเกณฑ์ 3,000 ดอลลาร์และ 10,000 ดอลลาร์ และยังไม่มีการจัดกลุ่มการผสมเหรียญระหว่างประเทศเป็นความกังวลหลักด้านการฟอกเงินตามข้อเสนอที่ถูกล้มเลิก

แต่หน่วยงานยังระบุว่าจะเฝ้าติดตามบริการผสมเหรียญต่อไป และอาจใช้มาตรการในอนาคต นอกจากนี้ Coin Center ย้ำว่ากระทรวงการคลังยังมีอำนาจตามกฎหมายที่จะเสนอกฎใหม่ที่มีเนื้อหาคล้ายกัน ดังนั้นความเคลื่อนไหวด้านความเป็นส่วนตัวและการถือครองด้วยตนเองจึงยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อใน Federal Register และในกระบวนการเสนอกฎของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย

คำเตือนความเสี่ยง

ข้อมูลนี้เป็นการรวบรวมข่าว ไม่ใช่คำแนะนำลงทุน ราคาคริปโตผันผวนสูง ควรศึกษาและตัดสินใจอย่างมีเหตุผล

ความคิดเห็น (0)

  1. ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทุกข้อความต้องผ่านการตรวจสอบ ลิงก์แนะนำเพื่อน กลุ่มสัญญาณเทรด และโฆษณาจะถูกลบ