กฎหมายและภาษี

เฟดชั่งใจเพิ่มข้อกำหนดด้านสินทรัพย์ในการกำกับดูแลธนาคารขนาดใหญ่ให้เข้มงวดขึ้น

ความคิดเห็น 0

#เฟด#สภาพคล่อง#เงินเฟ้อ#ธนาคารสหรัฐ#กำกับดูแลธนาคาร

เฟดชั่งใจเพิ่มข้อกำหนดด้านสินทรัพย์ในการกำกับดูแลธนาคารขนาดใหญ่ให้เข้มงวดขึ้น

ธนาคารกลางสหรัฐ ทบทวนเกณฑ์กำกับธนาคารขนาดใหญ่ ระดับ 100,000 ล้านดอลลาร์ 250,000 ล้านดอลลาร์ และ 700,000 ล้านดอลลาร์ สำคัญอย่างไร

เฟดชั่งใจเพิ่มข้อกำหนดด้านสินทรัพย์ในการกำกับดูแลธนาคารขนาดใหญ่ให้เข้มงวดขึ้น

เรื่องนี้คืออะไร

มีรายงานเมื่อวันที่ 25 ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed) กำลังจัดทำแผนปรับเพิ่มเกณฑ์สินทรัพย์สำหรับใช้กำกับดูแลธนาคารขนาดใหญ่ให้เข้มงวดขึ้น PANews รายงานโดยอ้างแหล่งข่าว 4 รายว่า Fed เตรียมทบทวนเกณฑ์ดังกล่าวให้สะท้อนภาวะเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยอาจเพิ่มความเข้มงวดด้านการทดสอบภาวะวิกฤต สภาพคล่อง และเงินกองทุน แหล่งข่าว 3 รายระบุว่า Fed อาจเสนอแนวทางปรับปรุงภายในสิ้นปีนี้

ปัจจุบัน ระบบกำกับดูแลธนาคารขนาดใหญ่แบ่งระดับตามสินทรัพย์ที่ 100,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 136.9 ล้านล้านวอน), 250,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 342.25 ล้านล้านวอน) และ 700,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 958.3 ล้านล้านวอน) การที่ Fed จะปรับเกณฑ์จึงไม่ใช่การเปลี่ยนตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการทบทวนว่าธนาคารขนาดใหญ่ควรต้องมีกันชนทางการเงินอย่างไรเมื่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเปลี่ยนไป

ทำไมเกณฑ์ของ Fed จึงสำคัญ

ธนาคารขนาดใหญ่ในสหรัฐมีผลต่อระบบการเงินโลก เพราะเป็นจุดเชื่อมโยงของสินเชื่อ ตลาดทุน การชำระราคา และการถือครองเงินสำรองระหว่างประเทศ เมื่อ Fed ทบทวนเกณฑ์ด้านการทดสอบภาวะวิกฤต สภาพคล่อง และเงินกองทุน สิ่งที่อาจเกิดขึ้นคือธนาคารต้องวางแผนทุนและสภาพคล่องให้รองรับภาวะวิกฤตที่สมจริงขึ้น

สำหรับผู้อ่านทั่วไป ความเข้มงวดของธนาคารไม่ได้แปลว่าระบบจะปลอดภัยขึ้นเสมอไป แต่อาจทำให้ธนาคารตัดสินใจระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ การจัดสรรสินทรัพย์ และการออกผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อนมากขึ้น ต้นทุนด้านทุนและสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผ่านไปยังผู้กู้ ผู้ลงทุนในตราสารหนี้ หรือสถาบันการเงินอื่นที่พึ่งพาสภาพคล่องจากธนาคารขนาดใหญ่

เฟดชั่งใจเพิ่มข้อกำหนดด้านสินทรัพย์ในการกำกับดูแลธนาคารขนาดใหญ่ให้เข้มงวดขึ้น

เกณฑ์ระดับ 100,000 ล้านดอลลาร์ 250,000 ล้านดอลลาร์ และ 700,000 ล้านดอลลาร์ มีผลอย่างไร

การแบ่งระดับตามสินทรัพย์เป็นวิธีการที่หน่วยงานกำกับดูแลใช้เพื่อกำหนดความเข้มงวดตามขนาดและความสำคัญของธนาคารต่อระบบ ธนาคารที่อยู่ใกล้หรือเกินระดับ 100,000 ล้านดอลลาร์ อาจถูกกำกับดูแลต่างจากธนาคารที่เกิน 250,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 700,000 ล้านดอลลาร์ ยิ่งมีสินทรัพย์มาก ความเสี่ยงที่อาจกระทบทั้งระบบก็ยิ่งสูง ดังนั้นเกณฑ์ที่อาจปรับเพิ่มจึงเน้นให้ธนาคารขนาดใหญ่ต้องทดสอบว่าหากเกิดเงินเฟ้อสูง การเติบโตชะลอ หรือตลาดผันผวน ธนาคารยังดำรงสภาพคล่องและเงินกองทุนได้หรือไม่

รายงานจาก PANews ระบุว่าการทบทวนนี้อาจเพิ่มความเข้มงวดด้านการทดสอบภาวะวิกฤต สภาพคล่อง และเงินกองทุน ซึ่งแต่ละด้านทำหน้าที่ต่างกัน การทดสอบภาวะวิกฤตช่วยประเมินว่าธนาคารทนต่อสถานการณ์เลวร้ายได้แค่ไหน สภาพคล่องช่วยให้ธนาคารมีเงินสดหรือสินทรัพย์ที่แปลงเป็นเงินได้เพียงพอในเวลาสั้น ส่วนเงินกองทุนทำหน้าที่รองรับการขาดทุนและลดความเสี่ยงที่ผู้ฝากเงินหรือระบบการเงินต้องแบกรับ

ผลต่อธนาคารและตลาดการเงินอาจเป็นอย่างไร

หาก Fed เสนอแนวทางปรับปรุงภายในสิ้นปีนี้ ธนาคารและนักวิเคราะห์จะจับตารายละเอียด 3 เรื่อง คือ เกณฑ์จะปรับเฉพาะธนาคารที่มีสินทรัพย์เกินระดับใด การทดสอบภาวะวิกฤตจะใช้สมมติฐานเข้มขึ้นเพียงใด และการนับสภาพคล่องหรือเงินกองทุนจะขยายขอบเขตหรือไม่ เพราะคำตอบเหล่านี้จะกำหนดว่าธนาคารต้องเพิ่มทุนเร็วแค่ไหน และต้องชะลอธุรกิจใดบ้าง

ในเชิงตลาดการเงิน การเพิ่มเกณฑ์อาจลดความเสี่ยงเชิงระบบในระยะยาว แต่ในระยะสั้นอาจกระทบความคาดหวังของนักลงทุนต่อธนาคารบางแห่ง เพราะธนาคารที่พึ่งพาเงินกองทุนหรือสภาพคล่องแบบเดิมอาจต้องปรับโครงสร้างสินทรัพย์และหนี้สินใหม่ สิ่งนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะกับธนาคารในสหรัฐ แต่ยังอาจส่งผลต่อเงินทุนที่ไหลเข้าออกตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดที่ผูกกับดอลลาร์

เฟดชั่งใจเพิ่มข้อกำหนดด้านสินทรัพย์ในการกำกับดูแลธนาคารขนาดใหญ่ให้เข้มงวดขึ้น

ผู้อ่านในไทยควรมองเรื่องนี้อย่างไร

สำหรับผู้ใช้บริการธนาคารในไทยและผู้ที่ติดตามสินทรัพย์ดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงของ Fed เป็นสัญญาณด้านเสถียรภาพการเงินโลก ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ผูกกับราคาสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง แต่มีผลทางอ้อมผ่านค่าเงินดอลลาร์ อัตราดอกเบี้ย และสภาพคล่องของสถาบันการเงินใหญ่ ผู้อ่านในไทยที่ซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มที่ ก.ล.ต. กำกับดูแล และมักกำหนดราคาเป็นบาท เช่น Bitkub อาจเห็นความผันผวนของสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นผลจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งข่าวเศรษฐกิจมหภาค ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และสภาพคล่องของตลาด

การติดตามข่าวนี้จึงควรดูว่า Fed จะประกาศแนวทางปรับปรุงอย่างไร จะให้เวลาธนาคารปรับตัวนานเท่าใด และจะกระทบเกณฑ์ที่เกี่ยวกับบริการที่เกี่ยวข้องกับธนาคารพาณิชย์หรือไม่ หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย ผู้อ่านสามารถตรวจสอบสถานะผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. และข้อมูลบนเว็บไซต์ของแพลตฟอร์มที่ใช้งาน

สิ่งที่ยังต้องติดตาม

ประเด็นหลักคือรายงานวันที่ 25 ของ PANews ที่อ้างแหล่งข่าว 4 รายและแหล่งข่าว 3 ราย ระบุว่า Fed อาจเสนอแนวทางปรับปรุงภายในสิ้นปีนี้ โดยต้องดูว่าตัวเลขสินทรัพย์ระดับ 100,000 ล้านดอลลาร์, 250,000 ล้านดอลลาร์ และ 700,000 ล้านดอลลาร์ จะถูกปรับหรือตีความใหม่อย่างไร และเกณฑ์ด้านการทดสอบภาวะวิกฤต สภาพคล่อง และเงินกองทุนจะเข้มขึ้นมากน้อยเพียงใด

คำเตือนความเสี่ยง

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลผันผวนสูง โปรดพิจารณาอย่างมีเหตุผล

ความคิดเห็น (0)

  1. ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทุกข้อความต้องผ่านการตรวจสอบ ลิงก์แนะนำเพื่อน กลุ่มสัญญาณเทรด และโฆษณาจะถูกลบ