สัญญาณ DOGE จ่อพุ่งต่อ? วาฬกว้านซื้อ หลัง ETF Dogecoin เงินไหลเข้าทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

กองทุนโดจคอยน์อีทีเอฟกลับมาน่าสนใจ วาฬสะสม 1.14 พันล้านโดจ
เกิดอะไรขึ้นกับกองทุนโดจคอยน์อีทีเอฟ
ในช่วงหลายเดือน กองทุนโดจคอยน์แบบสปอตหรือกองทุนที่ติดตามราคาโดยตรงไม่สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้ลงทุนได้เพียงพอ และนำไปสู่การปิดตัวของกองทุนดังกล่าวหนึ่งกองทุน อย่างไรก็ตาม กองทุนเหล่านี้เริ่มส่งสัญญาณมีชีวิตอีกครั้ง โดยทำสถิติเงินไหลเข้ารายสัปดาห์สูงสุดตลอดกาล
สำหรับผู้อ่านทั่วไป การไหลเข้ารายสัปดาห์คือการวัดว่าเงินใหม่ที่เข้ากองทุนมากกว่าเงินที่ไถ่ถอนออกหรือไม่ในช่วงสัปดาห์นั้น สถิติสูงสุดตลอดกาลจึงเป็นภาพสะท้อนว่าความสนใจต่อกองทุนกลับมามากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า แต่ไม่ได้บอกว่าราคาโทเคนในตลาดจะปรับขึ้นทันที เพราะราคาจริงยังขึ้นกับสภาพคล่อง การซื้อขายบนตลาดแลกเปลี่ยน และแรงเก็งกำไรระยะสั้นด้วย
ทำไมเงินไหลเข้าจึงสำคัญต่อภาพตลาด
กองทุนที่ขาดความสนใจมักเผชิญความเสี่ยงด้านขนาดกองทุนและสภาพคล่อง การปิดกองทุนหนึ่งในช่วงก่อนหน้าจึงเป็นสัญญาณว่าแรงซื้อเดิมไม่เพียงพอ เมื่อมีสถิติเงินไหลเข้ารายสัปดาห์สูงสุดตลอดกาล ผู้ติดตามตลาดจึงตีความว่ากระแสความต้องการอาจเริ่มเปลี่ยนทิศทาง โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการสะสมของผู้เล่นรายใหญ่
การไหลเข้าของกองทุนยังอาจมีผลทางอ้อมต่อราคา เพราะกองทุนอาจต้องถือสินทรัพย์หรือใช้กลไกที่เชื่อมโยงกับราคาโทเคนในตลาดจริง อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจะมากน้อยเพียงใดขึ้นกับจำนวนเงินไหลเข้าจริง ขนาดกองทุน และการเคลื่อนไหวของเงินที่อาจไหลออกในอนาคต ซึ่งข้อมูลชุดนี้รายงานเฉพาะสถิติรายสัปดาห์
กลุ่มวาฬสะสมมากพอจะเปลี่ยนแรงกดดันราคาหรือไม่
ข้อมูลจาก อาลี มาร์ติเนซ นักวิเคราะห์คริปโต ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 กันยายน ค.ศ. 2026 ระบุว่าผู้เล่นรายใหญ่หรือวาฬได้สะสมโดจมากกว่า 1.14 พันล้านโทเคนในช่วง 96 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในมูลค่าดอลลาร์สหรัฐ ข้อมูลชุดนี้ระบุว่าคลังสะสมดังกล่าวมีมูลค่าราว 112 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามราคาปัจจุบัน
อาลี มาร์ติเนซ ตั้งข้อสังเกตว่าวาฬดูเหมือนกำลังวางตำแหน่งเพื่อรอการทะลุขึ้น แม้โทเคนมีมดังกล่าวเพิ่งแตะแนวต้านสำคัญแรกสุดที่ 0.098 ดอลลาร์สหรัฐ หลังวิ่งขึ้น 15% ในรอบสัปดาห์ ระดับ 0.098 ดอลลาร์สหรัฐ ยังเป็นจุดที่ราคาเคลื่อนไหวค้างอยู่ในช่วงรายงานข่าว เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเคยมีโดจประมาณ 28 พันล้านโทเคนเปลี่ยนมือ
แนวต้านที่ผู้ลงทุนควรจับตา
ตามแผนภาพความร้อนการกระจายต้นทุน หรือ คอสต์ เบสิส ดิสทริบิวชัน ฮีตแมป มีโดจประมาณ 28 พันล้านโทเคนซื้อขายกันรอบระดับ 0.098 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้บริเวณนี้เป็นแนวต้านที่มีนัยสำคัญ เพราะผู้ซื้อจำนวนมากที่ระดับดังกล่าวอาจขายทำกำไรหรือลดความเสี่ยงเมื่อราคาเข้าใกล้โซนเดิม
ฝั่งกระทิงมีความโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังจากโดจคอยน์ดีดกลับจากจุดต่ำสุดต่ำกว่า 0.07 ดอลลาร์สหรัฐ ในกลางเดือนสิงหาคม นับจากนั้น ราคาเคยทดสอบแนวต้านเดียวกันหลายครั้ง แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้อย่างยั่งยืน
หากสามารถทะลุแนวต้านแรกได้ อาลี มาร์ติเนซ ระบุว่าแนวต้านถัดไปอยู่ที่ 0.11 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเคยมีโดจเกือบ 5 พันล้านโทเคนเปลี่ยนมือ และในโพสต์เดียวกันระบุตัวเลขโดยประมาณว่าราว 4.98 พันล้านโทเคนเคยซื้อขายใกล้ระดับนั้น หากแนวต้านนี้ถูกทะลุได้ ระดับถัดไปที่กลายเป็นอุปสรรคสำคัญคือ 0.20 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหมายถึงการเพิ่มขึ้นกว่า 100% จากระดับปัจจุบัน
ผู้ลงทุนไทยควรตีความข้อมูลนี้อย่างไร
สำหรับผู้อ่านในไทย ข้อมูลต้นฉบับรายงานราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นการเปรียบเทียบความเคลื่อนไหวในรูปบาทควรดูอัตราแลกเปลี่ยนควบคู่กับราคาบนตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่จดทะเบียนในประเทศ เช่น บิตคับ และติดตามแนวปฏิบัติของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพราะกองทุนต่างประเทศกับการซื้อขายในไทยอาจมีสภาพคล่องและกลไกราคาต่างกัน
การที่กองทุนโดจคอยน์อีทีเอฟมีเงินไหลเข้ารายสัปดาห์สูงสุดตลอดกาล และการสะสมของวาฬมากกว่า 1.14 พันล้านโทเคน เป็นสัญญาณว่าแรงซื้อขนาดใหญ่และความสนใจของกองทุนอาจกลับมาพร้อมกัน แต่ทั้งสองเหตุการณ์ยังต้องดูความต่อเนื่องของข้อมูลหลายสัปดาห์ เพราะสถิติเดียวอาจเกิดจากจังหวะสั้น ๆ และไม่สามารถบอกทิศทางราคาได้โดยตรง
นอกจากนี้ แนวต้านที่ 0.098 ดอลลาร์สหรัฐ 0.11 ดอลลาร์สหรัฐ และ 0.20 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นเพียงระดับที่ข้อมูลต้นทุนในอดีตชี้ว่าเคยมีการซื้อขายจำนวนมาก ไม่ใช่การรับประกันว่าราคาจะทะลุหรือไม่ทะลุ ผู้ลงทุนไทยจึงควรแยกให้ออกระหว่างข้อเท็จจริงด้านปริมาณการสะสม สถิติเงินไหลเข้า และการตีความทางเทคนิคจากผู้วิเคราะห์ ก่อนใช้ข้อมูลเหล่านี้ประกอบการติดตามตลาด
ข้อควรระวัง
บทความนี้เป็นเพียงการรวบรวมข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ราคาคริปโตผันผวนสูง ควรศึกษาและตัดสินใจอย่างมีเหตุผล






ความคิดเห็น (0)